Skip to content
Jetsukda's Blog

เมื่อต้องเจอกับคนที่เป็น Narcissistic Personality Disorder (NPD)

· 4 min read

เคยเจอคนที่ไม่ว่าจะเถียงด้วยเหตุผลแค่ไหน เขาก็ไม่เคยผิดสักครั้งไหม?

หรือรู้สึกว่าทุกครั้งที่คุยกัน คุณต้องระวังคำพูดตัวเองตลอดเวลา และสุดท้ายก็จบด้วยการโทษตัวเองอยู่ดี?

ผมเคยเจอแบบนั้น และใช้เวลาเกือบปีกว่าจะรู้ว่ากำลังเจอกับอะไรอยู่ ช่วงนึงที่ผมต้องรับมือกับคนที่เป็น NPD ทำให้ผมรู้สึกสงสัยในตัวเอง และไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่เคยยอมรับผิด หรือเวลาที่เถียงกันด้วยเหตุผล เขาจะหาอะไรก็ได้มาพูดให้เขาไม่ผิด หรือบางครั้งก็เปลี่ยนเรื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว

จนวันนึงผมย้อนกลับไปอ่านไดอารี่ที่ผมเขียน แล้วเจอว่าผมเขียนระบายเรื่องนี้ซ้ำๆ มาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี เลยเริ่มรู้สึกว่าสุขภาพจิตผมไม่ไหวแล้ว ไม่อยากเป็นแบบนี้ต่อไป แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็น narcissist ก็เลยปรึกษากับ Claude ว่าสิ่งที่ผมเจออยู่มันคืออะไรและมีวิธีรับมือยังไง (เขียนไปก็รู้สึกเขินเหมือนกัน 😂 5555 แต่มันก็ช่วยได้จริงๆ เพราะไม่รู้จะปรึกษาใคร) หลังจากนั้นผมเลยไล่หาอ่านว่ามันคืออะไรเพิ่ม เพราะอยากเข้าใจมากขึ้น

ตอนนี้ผมรับมือได้ดีขึ้น และรู้สึกว่าสุขภาพจิตดีขึ้นมาก เลยอยากเขียนเพื่อแชร์สิ่งที่ผมอ่านมา


Narcissist คืออะไร?

Narcissist เป็นคำที่มาจากชื่อของตัวละครในเทพปกรณัมกรีก ที่มีชื่อว่า นาร์ซิสซัส (Narcissus) หนุ่มหน้าตาดีที่ปฏิเสธความรักของทุกคน จนถูกลงโทษให้ตกหลุมรักเงาตัวเองในน้ำ จนตรอมใจตายและกลายเป็นดอกไม้ เพื่อสื่อถึงความงดงามที่น่าหลงใหล หรือความรักในตัวเอง

คนที่เป็น Narcissist จะมีลักษณะดังนี้

  1. รู้สึกว่าตัวเองสำคัญและเหนือกว่าคนอื่น มักพูดเกินจริงเรื่องความสามารถหรือความสำเร็จของตัวเอง และคาดหวังให้คนอื่นยอมรับว่าตัวเองเก่งหรือดีกว่าโดยไม่จำเป็นต้องมีผลงานรองรับ

  2. หมกมุ่นกับจินตนาการเรื่องความสำเร็จ อำนาจ ความฉลาด ความงาม หรือความรักในอุดมคติ

  3. เชื่อว่าตัวเองพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ จะคบหาหรือเข้าใจได้เฉพาะกับคนที่มีสถานะสูงหรือพิเศษเหมือนกันเท่านั้น มองว่าคนทั่วไปไม่อยู่ในระดับเดียวกับตัวเอง

  4. ต้องการคำชมและการยอมรับจากคนอื่นตลอดเวลา

  5. คาดหวังให้คนอื่นปฏิบัติกับตัวเองดีเป็นพิเศษโดยไม่จำเป็นต้องขอ และรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจเมื่อไม่ได้รับสิ่งที่คิดว่าตัวเองสมควรได้

  6. ใช้ความสัมพันธ์เป็นเครื่องมือในการควบคุมเพื่อประโยชน์และเป้าหมายของตัวเอง

  7. ขาดความเห็นอกเห็นใจ ไม่สนใจหรือไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้

  8. มีความรู้สึกอิจฉาคนอื่น หรือคิดอยู่เสมอว่าคนอื่นกำลังอิจฉาตัวเอง

  9. รับคำวิจารณ์ไม่ได้และควบคุมอารมณ์หรือพฤติกรรมของตัวเองได้ยาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตัวเองต้องถูกเสมอและคนอื่นต้องเป็นฝ่ายผิด และมักดึงบทสนทนากลับมาที่ตัวเองเสมอ ไม่ว่าคนอื่นจะคุยเรื่องอะไรก็ตาม


Narcissist แบ่งออกเป็น 2 ระดับ

  1. Narcissistic Traits เป็นระดับปกติที่พบได้ทั่วไป ไม่นับว่าเป็นโรค เพราะมันอาจจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นมาเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นกลไกเพื่อปกป้องตัวเอง ไม่ได้แสดงออกตลอดเวลา เช่น อาจจะแสดงออกในที่ทำงานแต่ไม่เป็นกับคนในครอบครัว หรืออาจจะตรงกันข้าม

  2. Narcissistic Personality Disorder (NPD) เป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งเกิดจากนิสัยที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มทำลายความสัมพันธ์หรือทำให้คนรอบตัวรู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ด้วย แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ตามหลักเกณฑ์ DSM-5 จึงจะสามารถบอกได้ว่าเป็น NPD หรือไม่

แต่น้อยคนมากที่จะยอมรับตัวเองว่าเป็น NPD หรือเข้ารับประเมินจากจิตแพทย์ ดังนั้นผมแนะนำให้ดูลักษณะตามที่เขียนไว้ด้านบนได้


Narcissist มี 2 แบบ

  1. Grandiose Narcissist จะแสดงออกชัดเจน มั่นใจสูง ชอบควบคุม ชอบให้คนอื่นสนใจมากเป็นพิเศษ
  2. Vulnerable Narcissist จะเป็นอาการหลงตัวเองแบบเปราะบาง แสดงออกเงียบๆ ขี้น้อยใจ และชอบเล่นบทเหยื่อเพื่อให้คนอื่นเอาใจ แพ้การปฏิเสธมาก

ทั้งสองแบบจะมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นน้อย จะสนใจก็ต่อเมื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หรือภาพลักษณ์ของตัวเอง


Narcissist เกิดขึ้นมาจากอะไร?

Narcissist เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยมาก ไม่ว่าจะเป็น DNA หรือประสบการณ์ในวัยเด็กหรือแม้กระทั่งการเลี้ยงดู

  1. DNA หรือพันธุกรรม

หลายคนอาจสงสัยว่าอ้าว DNA มันมีผลด้วยหรอ (ตอนที่ผมอ่านเจอ ผมก็สงสัย 55555) จริงๆ แล้ว DNA เป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อนิสัยหรือความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติทางบุคลิกภาพด้วย เพราะคนที่เป็น NPD อาจมีความแตกต่างในโครงสร้างของสมอง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจ เช่น anterior insula และ prefrontal cortex ที่มีน้อยกว่าปกติ

  1. ประสบการณ์ในวัยเด็กและการเลี้ยงดู

Narcissist สามารถเกิดขึ้นได้จากการเลี้ยงดูสองทางที่ตรงกันข้ามเลย ถ้าครอบครัวที่เลี้ยงดูแบบชมเกินไป เช่น ไม่ว่าลูกจะทำอะไร ก็ชมว่าทำได้ดี จะทำให้เด็กจำฝังหัวว่าฉันทำได้ดีในเรื่องนั้นๆ เก่งทุกอย่าง หน้าตาดี ความสามารถดี พอลูกต้องออกไปเจอสังคมข้างนอกที่บอกว่าสิ่งที่ลูกทำมันคือไม่ดี ไม่สวย ไม่เก่ง ลูกอาจจะแสดงออกด้วยการไม่ยอมรับและพยายามเอาชนะคำวิจารณ์ต่างๆ โดยไม่ได้ย้อนมองตัวเองจริงๆ

อีกแบบที่ตรงกันข้ามเลยคือ เด็กที่ถูกเลี้ยงมาโดยการถูกกดขี่ การทำร้าย การด่าว่าว่าแย่ ห่วย ทำไม่ดี ทำอะไรไม่ได้เรื่อง คนพอโดนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดวิธีป้องกันตัวเองขึ้นมา โดยสร้างภาวะที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง บอกว่า “ไม่ใช่ ฉันทำดี ทำได้เก่ง ทุกคนด้อยกว่าฉันทั้งหมด”

ที่น่าสังเกตคือไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูแบบไหน ทั้งชมมากเกินไปหรือกดขี่มากเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้มักจะเหมือนกัน คือเด็กโตมาโดยไม่เคยได้เรียนรู้ว่าตัวเองมีคุณค่าในแบบที่เป็นจริงๆ คนนึงสร้างภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาเพราะถูกบอกให้เชื่อแบบนั้น อีกคนสร้างขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด แต่ทั้งคู่ใช้ความรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นเป็นเกราะป้องกันตัวเองเหมือนกัน


ทำไม Narcissist ถึงชอบคนที่เป็น People Pleaser?

Narcissist กับ People Pleaser มีปัญหาในความสัมพันธ์ที่คล้ายกันแต่แสดงออกคนละทาง

Loop นี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Narcissist กับ People Pleaser ยิ่งแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่ง People Pleaser พยายามมากเท่าไหร่ Narcissist ก็ยิ่งได้รับสิ่งที่ต้องการมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเรียกร้องมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ People Pleaser รู้สึกว่าถ้าพยายามแค่นี้ยังไม่พอ ก็ต้องพยายามมากกว่านี้อีก จนในที่สุดก็ลืมไปเลยว่าตัวเองต้องการอะไร


การมีพ่อแม่เป็น Narcissist ทำให้ลูกกลายเป็น People Pleaser ได้อย่างไร?

พ่อแม่ที่เป็น NPD มักทำให้ลูกกลายเป็น People Pleaser เพราะตัวตนของลูกถูกบีบให้เป็นแค่สิ่งที่พ่อแม่ต้องการตั้งแต่ยังเล็ก ความรักที่เด็กได้รับจะเป็นความรักที่มีเงื่อนไข เป็นความรักที่ต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ได้รับมาทุกครั้ง อารมณ์ของพ่อแม่กลายเป็นตัวกำหนดว่าวันนี้จะถูกชมหรือถูกวิจารณ์ เด็กจึงเรียนรู้ว่าการยอมตามและทำให้พ่อแม่พอใจคือวิธีเดียวที่จะได้รับความรักและหลีกเลี่ยงความโกรธได้

กลไกนี้ฝังตัวเข้าไปในจิตใต้สำนึกและติดตัวไปจนโต ทำให้พวกเขาบอกปฏิเสธไม่ได้ ตั้งขอบเขตไม่เป็น และรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบความสุขของคนอื่นเสมอ

และวงจรนี้มักวนซ้ำตัวเอง คนที่โตมากับพ่อแม่เป็น Narcissist มักดึงดูด Narcissist เข้ามาในชีวิตอีกครั้งในรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อน หรือหัวหน้างาน เพราะความสัมพันธ์แบบนี้รู้สึก “คุ้นเคย” ถึงแม้จะเจ็บปวดก็ตาม


Narcissist ทำอะไรกับเราบ้าง?

การอยู่ใกล้ Narcissist ไม่ได้แค่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่พฤติกรรมที่เขาทำโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม จะค่อยๆ ทำลายความมั่นใจและทำให้เกิดความสับสนในตัวเองไปเรื่อยๆ พฤติกรรมที่เขาทำจะมีทั้ง

ผลที่เกิดขึ้นกับเราจากพฤติกรรมพวกนี้คือเราเริ่มสงสัยในตัวเอง โทษตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า และยิ่งพยายามทำให้เขาพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังวนอยู่ในวงจรที่เขาสร้างขึ้น


ถ้าเจอคนแบบนี้ในชีวิต รับมือยังไง?

  1. เอาตัวเองออกห่างถ้าทำได้

วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าให้เขามายุ่งกับชีวิตเรา แต่ถ้าทำไม่ได้ อาจจะด้วยเหตุผลที่เขาเป็นคนในครอบครัวเราเอง หรือเขาเป็นหัวหน้างานที่เรายังหางานใหม่ไม่ได้ ให้ทำข้อที่ 2 ต่อ

  1. ตั้งขอบเขตให้ชัดเจนและโต้เถียงให้น้อยที่สุด

การวางกรอบให้ชัดเจนเพื่อสร้าง boundary ในการป้องกันตัวเอง และให้โต้เถียงกับเขาให้น้อยที่สุด เพราะเขาจะไม่ฟังเหตุผล และไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด ดังนั้นเวลาคุณเถียงกับเขา คุณจะไม่มีทางเอาชนะได้ แต่เมื่อไหร่ที่เขาเกินเส้นที่เราขีดไว้ ให้เถียงให้จนหัวใจ เพราะถ้าไม่เถียง เขาจะมองว่าเส้นที่คุณขีดไว้ไม่มีผลกับเขา และยิ่งกดขี่คุณมากขึ้น “เลือกการเถียง เลือกสมรภูมิรบ ไม่ต้องเถียงทุกครั้ง ถ้ามีสิบเรื่อง อาจจะเถียงหนึ่งเรื่องที่เราวางกรอบไว้แล้ว”

  1. คุยด้วยข้อเท็จจริง

เน้นคุยด้วยข้อมูลและหลักฐาน แทนการวิจารณ์ตัวบุคคล ควรหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ต่อหน้าคนเยอะๆ

  1. อย่าเอาอารมณ์ไปผูกกับเขาเด็ดขาด

สิ่งที่เขาพูดออกมามันคือตัวตนของเขา ไม่ใช่ความจริงเกี่ยวกับคุณ ถ้าคุณเอาอารมณ์ไปเล่นกับทุกๆ ครั้งที่เขาพูดอะไรออกมา คนที่เครียดจะไม่ใช่เขาแต่จะเป็นคุณเอง ให้ฝึกวิชาหูทวนลม ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเอาอารมณ์ลงไปเล่น ไปสงสาร เขาจะพยายามหาประโยชน์จากตัวคุณ

  1. NPD เป็นแล้วไม่หายและจะไม่เปลี่ยนแปลง

NPD อาจจะรักษาได้แต่ยาก เพราะต้องใช้เวลานานเป็นปีๆ และที่สำคัญการพา NPD ไปรักษาเป็นเรื่องยาก เพราะเขามองว่าเขาปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร “ให้เข้าใจว่าเขาจะเป็นอย่างนี้ คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้” ยิ่งถ้าเป็นคนในครอบครัว ให้ยอมรับความจริงว่าเขาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ลดการอธิบายตัวเองว่าเรารู้สึกยังไงเพราะไม่มีประโยชน์ ให้รักษาระยะห่างทางอารมณ์และดูแลสุขภาพจิตของตัวเองเป็นหลัก

  1. ใช้เทคนิค Grey Rock

ทำตัวให้น่าเบื่อ ไร้อารมณ์ และนิ่ง เพื่อไม่ให้คนที่มีลักษณะนี้เข้ามาขยี้หรือสร้างดราม่ากับเรา ลดการพูดคุย เพื่อไม่ให้เขามีข้อมูลส่วนตัวหรือจุดอ่อนของเรา เพราะจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบีบบังคับและโจมตีเรา

  1. หาคนระบาย

ให้หาเพื่อนหรือจิตแพทย์ หาใครก็ได้ที่คุณสามารถระบายความรู้สึกนี้ออกไปได้ เพราะการต้องรับมือกับ NPD มักทำให้เราเกิดความสงสัยในตัวเองและรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าได้ง่าย

อย่าพยายามเอาชนะเขา เพราะเราจะไม่มีวันชนะ Narcissist เป็นคนที่จะไม่มีทางยอมแพ้จากการโต้เถียง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรืออารมณ์ก็ตาม ผมเคยพยายามมาแล้ว จนสุดท้ายเข้าใจว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้ ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกผิดได้จริงๆ ให้ยอมรับและปล่อยให้เขาเป็นเขาต่อไป เอาตัวเราเองออกมาจากเขา จัดการที่ตัวเรา มันง่ายและสบายใจกว่าเยอะ รักตัวเองให้มากๆ


แล้วเมื่อไหร่ต้องถอยออกมา?

  1. คุณต้องคอยระวังคำพูดอยู่ตลอดเวลา

ไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ แต่แม้แต่การพูดเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน คุณก็ยังต้องคิดก่อนพูดทุกครั้งว่าเขาจะรับได้ไหม จะโกรธไหม จะเอาไปบิดเบือนไหม ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยแค่จะเริ่มบทสนทนาธรรมดาๆ นั่นไม่ใช่เรื่องปกติ

  1. คุณเริ่มโทษตัวเอง

ทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น ความคิดแรกของคุณคือ “เราทำอะไรผิดหรือเปล่า” แม้ในใจจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็ยังหาเหตุผลมาโทษตัวเองอยู่ดี นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนมากว่าความสัมพันธ์นี้กำลังทำร้ายการรับรู้ตัวเองของคุณอยู่

  1. เขาไม่เคยรับผิดจริงๆ แต่ขอโทษบ่อยๆ

คำขอโทษของเขามักมาพร้อมเงื่อนไข เช่น “ขอโทษนะ แต่ถ้าแกไม่ทำแบบนั้นก่อน ฉันก็ไม่ทำแบบนี้หรอก” หรือขอโทษเพื่อจบเรื่องแล้วกลับมาทำพฤติกรรมเดิมซ้ำในไม่ช้า คำขอโทษที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามมาไม่ใช่คำขอโทษ มันแค่เป็นเครื่องมือในการรีเซ็ตสถานการณ์

  1. สุขภาพจิตแย่ลงชัดเจน

คุณนอนไม่หลับ เครียดบ่อยขึ้น หรือรู้สึกหมดแรงทุกครั้งที่ต้องเจอหรือคุยกับเขา บางคนอาจสังเกตตัวเองว่าเริ่มหวาดระแวง อารมณ์แปรปรวน หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าโดยไม่รู้สาเหตุ ถ้าคนๆ นึงในชีวิตคุณทำให้รู้สึกแบบนี้ได้สม่ำเสมอ นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนพอแล้ว


ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เขียนมามันคุ้นๆ หรือตรงกับสิ่งที่กำลังเจออยู่ อยากบอกว่าคุณไม่ได้คิดไปเอง และคุณไม่ได้แปลก

ผมเองก็เคยอยู่ในจุดที่เขียนระบายเรื่องเดิมซ้ำๆ อยู่เกือบปีโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเจอกับอะไร สิ่งที่ช่วยผมได้มากที่สุดไม่ใช่การพยายามเปลี่ยนเขา แต่เป็นการเริ่มเข้าใจว่าเขาเป็นใคร และหันมาดูแลสุขภาพจิตของตัวเองก่อน

NPD ไม่ใช่ปัญหาที่คุณสร้างขึ้นมา และมันไม่ใช่ปัญหาที่คุณต้องแก้คนเดียว ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง แค่เริ่มจากการยอมรับว่าสิ่งที่รู้สึกอยู่มันหนักจริงๆ ก็เป็นก้าวแรกที่ดีแล้วครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้ครับ


References